Untitled Document
หลักธรรมเนื่องในวันอัฏมีบูชา

         วันอัฏฐมีบูชา หมายถึง การบูชาในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า ถัดจากวันวิสาขบูชา 8 วัน วันอัฏฐมีบูชา ถือว่าเป็นวันบูชาพระสรีระของพุทธเจ้าหลังจากพระเพลิงไหม้แล้ว พระสรีระในที่นี้ หมายถึง พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งหลังจากพระเพลิงไหม้พระสรีระของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็มีการสักการะ เคารพ นบนอบบูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยอาการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ระเบียบดอกไม้และของหอมตลอด 7 วันฉะนั้น จึงถือว่าวันอัฏฐมีบูชาเป็นระลึกถึงวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ทำให้พุทธศาสนิกชนได้ตั้งอยู่ในความไม่ ประมาทและเข้าใจหลักของไตรลักษณ์ คือ ลักษณะทั่วไปของสิ่งทั้งปวง ถือเป็นสามัญลักษณะ ประกอบ

1. อนิจจตา หมายถึง ความไม่เที่ยงไม่คงที่ ไม่อยู่ในภาพเดิมตลอดไป ภาวะที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมสลายไป กล่าวคือ ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีสิ่งใดที่จะคงอยู่สภาพเดิมได้ตลอดชั่วนิรันดร์ ดุจดั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงแม้จะเป็นผู้บรรลุพระสัมโพธิญาณหลุดพ้นแล้วก็ยังหนีไม่พ้นหลักของอนิจจตา มีภาวะการเกิด การเจ็บป่วย การแก่ และการตายในที่สุด เพียงแต่ว่าพระพุทธองค์ต่อแต่นี้ไปจะหลุดพ้น เป็นนิพพาน สู่บรมสุขสูงสุด โดยไม่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีกแล้ว

2. ทุกขตา หมายถึง ความทุกข์ เป็นภาวะที่ถูกบีบคั้นด้วยการเกิดขึ้นและการสลายตัว ภาวะที่กดดัน ฝืนและขัดแย้งอยู่ในตัวเพราะปัจจัยปรุงแต่งให้มีสภาพเป็นอย่างนั้นเปลี่ยนแปลงไป จะทำให้คงอยู่ในสภาพนั้นไม่ได้นาน ภาวะเช่นนี้ พระพุทธองค์ทรงค้นพบหนทางพ้นทุกข์ ที่เรียกว่าอริยมรรค 8 ดังนั้น หากพุทธศาสนิกชนสามารถประพฤติปฏิบัติตามหลักอริยมรรค 8 ก็สามารถล่วงพ้นจากความทุกข์ได้ หรือสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประวันได้

๖.๒ วันธรรมสวนะ

ระเบียบพิธีและการปฏิบัติตนในวันธรรมสวนะ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ วันธรรมสวนะ



          วันธรรมสวนะ คือ วันกำหนดประชุมฟังธรรมที่เรียกเป็นคำสามัญทั่วไปว่า ”วันพระ” เป็นประเพณีนิยมพุทธบริษัท ที่ได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแล้วครั้งพุทธกาล โดยถือว่าการฟังธรรมตามกาลที่กำหนดไว้เป็นประจำ ย่อมก่อให้เกิดสติปัญญาและสิริมงคลแก่ผู้ฟัง ดังบาลีว่า
กาเลน ธมมสสวนํ เอตมมงคลมุตตมํ แปลว่า การฟังธรรมตามกาล เป็นมงคลอันสูงสุด วันกำหนดฟังธรรมนี้สำหรับประเทศไทยกำหนดไว้ 4 วัน ในเดือนหนึ่ง ๆ คือขึ้น/ แรม 8 ค่ำวันขึ้น/ แรม 15 ค่ำ หรือวันแรม 14 ค่ำ

ระเบียบพิธี


1. ในวันธรรมสวนะตอนเข้าประมาณ 09.00 นาฬิกา พระภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ประชุมพร้อมกันในสภาพที่กำหนดแสดงธรรม จะเป็นวิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหารคด หรือศาสนสถานแห่งหนึ่งแห่งใดก็ได้ จัดให้นั่งกันตามที่เป็นสัดส่วนเรียบร้อย มีพระพุทธรูปและที่บูชาประดิษฐานอยู่เบื้องหน้า จัดให้มีอาสนะสำหรับเป็นที่นั่งของพระภิกษุสามเณรเป็นสัดส่วน
2. เมื่อพร้อมกันแล้ว ภิกษุสามเณรเริ่มทำวัตรเช้า ตามแบบนิยมทั่ว ๆ ไป
3. เมื่อภิกษุสามเณรทำวัตรเช้าเสร็จแล้ว อุบาสกอุบาสิกาเริ่มทำวัตรเช้า
4. เมื่อเสร็จพิธีทำวัตรแล้ว หัวหน้าอุบาสก หรืออุบาสิกาประกาศอุโบสถ พระธรรมกถึกขึ้นธรรมาสน์
5. เมื่อจบประกาศอุโบสถแล้ว อุบาสกอุบาสิกาทั้งหมด คุกเข่าประนมมือ กล่าวคำอาราธนาอุโบสถศีลพร้อมกัน พระธรรมกถึกให้ศีล 8 เป็นอุโบสถศีลเต็มที่ แต่ถ้าผู้ใดมีอุตสาหะจะรักษาเพียงศีล 5 ก็ได้
6. ต่อจากรับศีลแล้ว พระธรรมกถึกแสดงธรรม ระหว่างแสดงธรรมพึงประนมมือรับฟังด้วยความตั้งใจจนจบ
7. เมื่อเทศน์จบแล้ว หัวหน้านำกล่าวสาธุการ เป็นอันเสร็จพิธีประชุมฟังธรรมตอนเข้า จะกลับบ้านหรือจะอยู่ฟังธรรมในตอนบ่ายก็แล้วแต่อัธยาศัย