c="anigray07_back.gif" width="35" height="35" border="0">
ans Serif, Tahoma, sans-serif">วัตถุประสงค์ แบบทดสอบก่อนเรียน บทเรียน

แบบทดสอบหลังเรียน

บรรณานุกรม เว็บไซค์ที่เกี่ยวข้อง  
Untitled Document
Untitled Document
๔.๔ มารยาทชาวพุทธและการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ


         การปฏิบัติตนต่อพระภิกษุในงานศาสนพิธีที่บ้าน : การจัดเตรียมสถานที่ การสนทนา การแต่งกาย มารยาทการพูดในการประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ ที่บ้าน ไม่ว่ากรณีใด ๆ เช่น งานขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน เป็นต้น ชาวพุทธนิยมนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบศาสนพิธีที่บ้าน เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวตลอดถึงญาติมิตร สิ่งที่ชาวพุทธพึงปฏิบัติต่อพระภิกษุในงานศาสนพิธีที่บ้านและการจัดเตรียมสถานที่ ได้แก่

1. การจัดอาสนะสงฆ์ให้เหมาะสม ซึ่งสามารถจัดได้ 2 วิธี คือ วิธีแรก ยกพื้นที่นั่งพระสงฆ์ให้สูงขึ้น พื้นที่ยกสูงมีผ้าปูเพื่อเป็นที่นั่งพระสงฆ์ การจัดลักษณะนี้ แขกที่มาร่วมงานจะนั่งเก้าอี้ ส่วนอีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้เสื่อหรือพรมปูบนพื้นธรรมดา อาสนะสงฆ์ควรมีผ้าขาวหรือผ้าปูนั่ง ปูบนเสื่อหรือพรมอีกทีหนึ่งเพื่อให้พระสงฆ์นั่งในที่สูงกว่าฆราวาส

2. การต้อนรับพระสงฆ์ สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่ เจ้าภาพควรจัดคนไว้ปรนนิบัติพระสงฆ์ จัดถวายน้ำฉันตลอดถึงคอยจัดรองเท้าของพระสงฆ์วางให้เรียบร้อย

3. การประเคนของพระ คือ การถวายสิ่งของแด่พระสงฆ์ด้วยกิริยาแสดงความเลื่อมใสศรัทธา แสดงกิริยาอ่อนน้อมต่อพระสงฆ์

4. การสนทนา เมื่อกำลังสนทนากับพระสงฆ์ ควรประนมมือในขณะที่พูดกับท่าน ไม่ควรพูดล้อเล่น พูดคำหยาบและเรื่องไร้สาระ รวมทั้งไม่พูดสนทนากับท่าน ในที่ลับตาสองต่อสองเพราะเป็นการผิดวินัยของพระสงฆ์ และก่อให้เกิดข้อครหาแก่บุคคลทั่วไป

5. การแต่งกาย เมื่อมีศาสนพิธีที่บ้าน เจ้าภาพหรือผู้เกี่ยวข้องในงาน ควรแต่งกายให้เรียบร้อย ไม่นุ่งกระโปรงสั้นรัดรูปจนเห็นสัดส่วนของร่างกาย หรือสวมเสื้อผ้าบางเกินไป ไม่ควรสวมชุดนอน ควรแต่งกายให้สะอาดเรียบร้อย สีเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายหรือสีฉูดฉาดจนเกินควร เครื่องประดับก็ใส่พอสมควร

6. มรรยาทการพูด การพูดเป็นมารยาทที่สำคัญประการหนึ่ง ผู้ที่พูดดีย่อมแสดงถึงความเป็นผู้มีความรู้สึกนึกคิดที่ประณีตและงดงาม ย่อมเป็นที่รักใคร่ชอบพอของผู้ที่ได้พบเห็นและร่วมสนทนาด้วย การพูดดีนั้น ได้แก่การพูดด้วยถ้อยคำไพเราะที่เรียกว่า ปิยวาจา เป็นการพูดด้วยถ้อยคำที่เว้นจากโทษ กล่าวคือ ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดคำเพ้อเจ้อ ฉะนั้น วาจาไพเราะจึงเป็นคุณสมบัติสำคัญในการพูด เพื่อความสงบสำเร็จประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นย่อมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่ได้ฟังและร่วมสนทนาด้วย ทำให้เกิดความนิยมรักใคร่นับถือซึ่งกันและกัน ผู้มีมารยาทจะต้องระมัดระวัง
ในการใช้วาจา ดังนี้

1. ควรใช้วาจาสุภาพและพูดด้วยกิริยาที่สุภาพ ใช้ภาษาที่ถูกต้องตามหลักภาษา ชัดถ้อยชัดคำ
2. ต้องระวังมิใช้วาจาเท็จ อันเป็นเหตุให้คนทั้งหลายคลายความเชื่อถือ เพราะความเท็จนั้นจะปรากฎไม่วันใดก็วัน หนึ่ง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
3. ควรพูดให้น่าฟัง สนุกเพลิดเพลิน เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์
4. ไม่ใช้วาจายุยงส่อเสียดให้ผู้อื่นแตกร้าว หรือระหองระแหงกัน ควรหลีกเสียอย่างเด็ดขาด การสนทนาที่ดีย่อมไม่กล่าวในแง่ร้ายหรือกล่าวพาดพิงให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย ควรพูดสนทนาในทางที่ก่อให้เกิดความรู้
5. คู่สนทนาที่ดีนั้นไม่ควรเป็นผู้พูดเพียงคนเดียว ควรให้โอกาสให้ผู้อื่นได้พูดหรือแสดงความคิดเห็นบ้าง
6. ใช้คำพูดที่เหมาะสมที่ควรและถูกหูผู้ที่เราพูดด้วย การพูดวาจาไพเราะย่อมเป็นที่นิยมชมชอบแก่ผู้ได้ยินได้ฟัง
7. ไม่พูดเสียงดังจนเกินไป หรือพูดพลางหัวเราะพลางในกลุ่มคนที่ตนร่วมสนทนาด้วย จะทำให้เสียบุคลิกลักษณะของสุภาพชนที่ดี
8. ไม่ควรเล่าเรื่องส่วนตัวของตนเองมากเกินไป จะทำให้ผู้อื่นเกิดความเบื่อหน่ายในการสนทนาด้วย
9. อย่าเอาความลับหรือเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นมาเปิดเผย
10. สุภาพสตรีย่อมมีความสำรวมกายเป็นนิจ ไม่ส่งเสียงอื้ออึง ไม่ทำสนิทหรือหยอกล้อกับบุรุษในที่ลับและที่เปิดเผย ไม่พูดหยาบคาย ไม่หัวเราะเสียงดัง พูดดังจนเกินงามจนเป็นจุดเด่นให้คนอื่นหันมาจ้องมอง