Untitled Document

๖.๓ วันธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ : หลักปฏิบัติตน การฟังพระธรรมเทศนา


         ลักปฏิบัติตนเนื่องในวันธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ

วันธรรมสวนะและเทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันอัฏฐมีบูชา มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าโดยตรง ในปัจจุบันนิยมมีพิธีปฏิบัติในวันต่าง ๆ เหล่านี้คล้ายคลึงกัน ดังนี้

1. การใส่บาตรทำบุญที่วัดหรือที่บ้านในเวลาเช้า
2. การสมาทานศีล 5 หรือศีลอุโบสถ
3. การปล่อยนกปล่อยปลาหรือสัตว์มีชีวิตอื่น ๆ
4. การงดเว้นการดื่มสุราเมรัย และเล่นอบายมุขทุกชนิด และสถานเริงรมย์บางแห่งก็ร่วมงดเปิดกิจการในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา
5. การไปนมัสการไหว้พระสวดมนต์ และทำบุญตามวัดวาอารามต่าง ๆ
6. การฟังพระธรรมเทศนา และปฏิบัติสมาธิภาวนา
7. การสนทนาธรรมกับพระภิกษุหรือผู้ทรงคุณทางศาสนา
8. การเวียนเทียนที่วัดเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

         ปัจจุบัน ราชการได้กำหนดวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา เป็นวันหยุดราชการ แต่วันอัฏฐมีบูชามิได้ถูกกำหนดว่าเป็นวันหยุดราชการ

การฟังพระธรรมเทศนา



การเทศน์เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

          เนื่องจากเป็นการนำธรรมะของพระพุทธศาสนามาแสดงเพื่อให้ผู้ฟังนำไปประพฤติปฏิบัติตามแนวของพระพุทธเจ้าซึ่งพระองค์ทรงเสด็จไปแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอด 45 ปี หลังการตรัสรู้ การฟังเทศน์จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ฟัง คือ
1. ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
2. สิ่งที่เคยฟังแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจแจ่มชัด ก็จะเข้าใจได้แจ่มชัดขึ้น
3. สามารถบรรเทาความสงสัยเสียได้
4. ทำให้ความเห็นถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
5. จิตของผู้ฟังธรรมย่อมผ่องใส

         ดังนั้น การฟังเทศน์หรือการฟังธรรมใด ๆ ให้ได้ผลดี ผู้ฟังจะต้องตั้งใจฟังด้วยความเคารพ ไม่ทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่นหรือเป็นการแสดงความไม่เคารพในพระธรรม และพระภิกษุผู้แสดงธรรม พยายามจับใจความเรื่องที่ฟังว่ากล่าวถึงเรื่องใด อย่างไร แล้วจดจำไว้เพื่อนำไปปฏิบัติในโอกาสอันควรต่อไป

การแต่งกายในการประกอบศาสนพิธีที่วัด



เมื่อพุทธศาสนิกชนไปวัดเพื่อประกอบศาสนพิธีหรือกิจใด ๆ ก็ตาม ควรแต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสม สุภาพ เรียบร้อย ไม่นิยมแต่งกายด้วยสีฉูดฉาด ถ้ามีลายก็ควรเป็นลายเรียบ ๆ เนื้อผ้าต้องไม่บางเกินไป อย่าให้รัดรูป ควรใส่เสื้อผ้าหลวมพอควร เพื่อสะดวกในการกราบไหว้พระ และทำสมาธิสตรีไม่ควรนุ่งกระโปรงสั้น ควรนุ่งกระโปรงยาวพอสมควร ไม่ผ่าหน้าผ่าหลังเพื่อเปิดเผยร่างกาย ควรระวังเครื่องนุ่งห่มให้ปกปิดอวัยวะที่ควรปกปิดให้เรียบร้อย ไม่ควรแต่งกายแบบวับ ๆ แวม ๆ หรือใส่เสื้อบางจนเห็นเสื้อชั้นใน เครื่องประดับก็ให้สวมใส่แต่พองามเสื้อผ้าต้องสะอาด ไม่ให้เหม็นสาบ หมั่นซักรีดผึ่งแดด เมื่อขาดก็ปะชุนให้เรียบร้อย

การงดเว้นอบายมุข
อบายมุข แปลว่า เหตุที่ทำให้โภคทรัพย์ฉิบหาย หรือปากทางแห่งความฉิบหาย มี 6 ประการ ได้แก่
1. ดื่มน้ำเมา
2. เที่ยวกลางคืน
3. เที่ยวดูการเล่น
4. เล่นการพนัน
5. คบคนชั่วเป็นมิตร
6. เกียจคร้านการงาน

อบายมุขแต่ละอย่างเป็นเหตุให้โภคทรัพย์ฉิบหายนั้น มีอธิบายดังนี้
1. ดื่มน้ำเมามีโทษ 6 ประการ ได้แก่ (1) เสียทรัพย์ (2) ก่อการทะเลาะวิวาท (3) เกิดโรค (4) ถูกติเตียน (5) ไม่รู้จักอาย (6) ทอนกำลังปัญญา

2. เที่ยวกลางคืนมีโทษ 6 ประการ ได้แก่ (1) ชื่อว่าไม่รักษาตัว (2) ชื่อว่าไม่รักษาลูกเมีย (3) ชื่อว่าไม่รักษาทรัพย์สมบัติ (4) เป็นที่ระแวงของคนทั้งหลาย (5) มักถูกใส่ความ
(6) ได้รับความลำบากมาก

3. เที่ยวดูการเล่นมีโทษ 6 ประการ ได้แก่ (1) รำที่ไหน ไปที่นั่น (2) ขับร้องที่ไหน ไปที่นั่น (3) ดีดสีตีเป่าที่ไหน ไปที่นั่น (4) เสภาที่ไหน ไปที่นั่น (5) เพลงที่ไหน ไปที่นั่น
(6) เถิดเทิงที่ไหน ไปที่นั่น

4. เล่นการพนันมีโทษ 6 ประการ ได้แก่ (1) เมื่อชนะย่อมก่อเวร (2) เมื่อแพ้ ย่อมเสียดายทรัพย์ (3) ทรัพย์ย่อมฉิบหาย (4) ไม่มีใครเชื่อถือถ้อยคำ (5) เป็นที่หมั่นประมาทของเพื่อน
(6) ไม่มีใครประสงค์จะแต่งงานด้วย

5. คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษตามบุคคลที่คบ 6 ประการ ได้แก่ (1) นำให้เป็นนักเลงการพนัน (2) นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้ (3) นำให้เป็นนักเลงเหล้า (4) นำให้เป็นคนลวงเขาด้วยของปลอม
(5) นำให้เป็นคนลวงเขาซึ่งหน้า (6) นำให้เป็นนักเลงหัวไม้

6. เกียจคร้านทำการงาน มักอ้างเหตุ 6 ประการ ได้แก่ (1) มักอ้างว่าหนาวนัก แล้วไม่ทำการงาน (2) มักอ้างว่าร้อนนัก แล้วไม่ทำการงาน (3) มักอ้างว่าเวลาเย็นแล้ว แล้วไม่ทำการงาน
(4) มักอ้างว่ายังเช้าอยู่ แล้วไม่ทำการงาน (5) มักอ้างว่าหิวนัก แล้วไม่ทำการงาน (6) มักอ้างว่ากระหายนัก แล้วไม่ทำการงาน

              เมื่อเห็นโทษซึ่งมีประการต่าง ๆ ดังกล่าวมาของอบายมุขแล้ว ชาวพุทธควรได้งดเว้นจากอบายมุขทั้งปวง ประพฤติปฏิบัติตนในสัมมาทิฏฐิ ประกอบอาชีพการงานในทางที่สุจริต ก็จะสามารถประสบกับความสุขความเจริญได้