New Document
 

แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยที่ ๔
หน้าที่ชาวพุทธ

  รหัส
  ชื่อ-นามสกุล

    1. คำว่า “สามเณร” แปลว่าอย่างไร

      สมณะ
      ผู้บวชใหม่
      ผู้บวชเณร
      เชื้อสายแห่งสมณะ

    2. ปัจจุบันใช้วิธีการอุปสมบทแบบใด

      เอหิภิกขุอุปสัมปทา
      ติสรณคมนูปสัมปทา
      ญัตติจุตุตถกัมมอุปสัมปทา
      เอหิภิกขุอุปสัมปทาร่วมกับติสรณคมนูปสัมปทา

    3. การปฏิสันถารด้วยธรรม คือทำเช่นไร

      การต้อนรับด้วยการพูดจาปราศรัย ด้วยคำพูดสุภาพอ่อนโยน
      ให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
      ให้การต้อนรับด้วยวัตถุสิ่งของ
      ให้การต้อนรับตามควรแก่ฐานะของแขก

    4. ดร. เอ็มเบดการ์ เป็นแบบอย่างทางด้านใดที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

      ต่อสู้เพื่อยกเลิกวรรณะ
      ต่อสู้เพื่อสันติภาพของอินเดีย
      ต่อสู้เพื่อคนยากจน
      เป็นบุคคลแรกของอินเดียที่นำพระพุทธศาสนากับสู่ภูมิลำเนาเดิม

    5. หลักการพึ่งตนเอง ควรใช้หลักธรรมใดเป็นแนวปฏิบัติ

      นาถกรณธรรม 10
      พรหมวิหาร 4
      สังคหวัตถุ 4
      สาราณียธรรม 6

    6. วัตถุประสงค์หลักของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์คืออะไร

      เพื่อให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
      เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้
      เพื่อให้เด็กและเยาวชนธำรงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ถูกต้อง
      เพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและสามารถนำไปประพฤติปฏิบัติได้

    7. ดร. เอ็มเบดการ์ มาจากวรรณะใด

      พราหมณ์
      แพศย์
      ศูทร
      จัณฑาล

    8. ผู้บวชประเภทใดที่สามารถถือได้ทั้ง ศีล 5 หรือศีล 8

      ภิกษุณี
      แม่ชี
      เนกขัมมนารี
      ธรรมจาริณี

    9. ประโยชน์หลักของการบรรพชา-อุปสมบทคือข้อใด

      เป็นพุทธมามกะ
      ตอบแทนคุณบิดามารดา
      ทำหน้าที่ของคนไทย
      ฝึกอบรมพัฒนาตนเอง

    10. การปฏิสันถารคือการทำเช่นไร

      ไปเยี่ยมเพื่อนบ่อย ๆ
      ต้อนรับแขกผู้มาเยือน
      ให้ความช่วยเหลือเพื่อน
      สงเคราะห์คนยากจน

    11. บุคคลที่บรรพชา ควรมีอายุเท่าใดขึ้นไป

      5 ปีขึ้นไป
      6 ปีขึ้นไป
      7 ปีขึ้นไป
      8 ปีขึ้นไป

    12. คุณธรรมที่เป็นแบบอย่างของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คือข้อใด

      ความหนักแน่นมั่นคงในการนับถือพระพุทธศาสนา
      ทรงแตกฉานในพระไตรปิฎก
      ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
      ทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปต่างประเทศ

    13. ข้อใดคือปณิธานที่สำคัญของท่านพุทธทาสภิกขุ

      ต้องการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
      ต้องการแต่งตำราทางพระพุทธศาสนา
      ต้องการให้ทุกคนมีความสุข
      ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ

    14. ผู้ประสงค์บวชเป็นแม่ชีต้องถือศีลใด

      ศีล 5
      ศีล 8
      ศีล 10
      ศีล 311

    15. แบบอย่างที่ดีของท่านพุทธทาสภิกขุคือข้อใด

      การแต่งตำราทางพระพุทธศาสนา
      เป็นแบบอย่างในด้านการประพฤติปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง
      การสร้างสวนโมกข์
      การยึดมั่นในพระรัตนตรัย

    16. ท่านปัญญานันทะภิกขุ เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องใดมากที่สุด

      เป็นแบบอย่างชาวพุทธในการเผยแผ่ธรรมะที่ถูกต้อง
      เป็นแบบอย่างในการแต่งตำราทางพระพุทธศาสนา
      เป็นแบบอย่างของผู้นับถือพระพุทธศาสนา
      เป็นแบบอย่างในด้านการเทศนาธรรม

    17. โรคใดที่พระพุทธศาสนาห้ามบรรพชา

      โรคลมบ้าหมู
      โรคหัวใจ
      โรคความดันโลหิตสูง
      โรคเบาหวาน

    18. คำว่า “ใฝ่สูง” หมายถึงข้อใดมากที่สุด

      ใฝ่ธรรม
      ใฝ่รู้
      ใฝ่ความก้าวหน้า
      ใฝ่ฝัน

    19. การแสดงความเคารพต่ออนุสาวรีย์ของบรรพบุรุษ เพื่อประโยชน์ในด้านใด

      เพื่อให้ท่านได้คุ้มครอง
      เพื่อให้ช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่ง
      เพื่อความสบายใจ
      เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน

    20. ท่านปัญญานันทะภิกขุ ได้รับ “สังข์เงิน” เป็นเกียรติในฐานะใด

      การแต่งตำราทางพระพุทธศาสนา
      การเป็นผู้ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา
      พระภิกษุผู้เผยแพร่ธรรมะยอดเยี่ยม
      พระภิกษุผู้เชี่ยวชาญทางพระพุทธศาสนา

    21. การมีส่วนร่วมในสังคมพุทธ ควรกระทำตนเช่นไรถึงจะดีที่สุด

      เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
      มีเมตตาต่อเพื่อนร่วมสังคม
      มีความกรุณาต่อเพื่อนร่วมสังคม
      มีปิยวาจาต่อเพื่อนร่วมสังคม

    22. การแสดงความเคารพพระธรรมคุณ ควรทำเช่นไรถึงจะดีที่สุด

      นำมาเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
      กราบไหว้บูชาทุกวัน
      รู้ซึ้งถึงรสพระธรรม
      สวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน

    23. การมองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง ต้องอาศัยหลักธรรมใดประกอบเป็นสำคัญ

      ขันติ
      สมาธิ
      ปัญญา
      สติ

    24. ผู้อุปสมบทจะต้องถือศีลกี่ข้อ

      5 ข้อ
      8 ข้อ
      10 ข้อ
      227 ข้อ

    25. นายจ้างสงเคราะห์ลูกจ้าง ด้วยการปล่อยในสมัย คำว่า “ปล่อยในสมัย” หมายความว่าอย่างไร

      การปล่อยให้ทำงานตามอัธยาศัย
      การหยุดงานให้ในเทศกาลสำคัญ ๆ
      การปล่อยให้ปกครองกันเอง
      การปล่อยให้มีความคิดเห็นอย่างเสรี