New Document


๕. ๒ การฝึกบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏฐาน

สติปัฎฐาน

สติปัฏฐาน แปลว่า ที่ตั้งของสติ หรือการที่สติเข้าไปตั้งอยู่ คือมีสติกำกับอยู่ ว่าโดยหลักการก็คือ การใช้สติ หรือ วิธีปฏิบัติเพื่อใช้สติให้บังเกิดผลดีที่สุด
การเจริญสติปัฏฐานนี้ เป็นวิธีปฏิบัติธรรมที่นิยมกันมาก และยกย่องนับถือกันอย่างสูง ถือว่ามีความพร้อมทั้งสมถะและวิปัสสนาในตัว ผู้ปฏิบัติอาจเจริญสมถะจนได้ฌาน หรือจะอาศัยสมาธิเพียงขั้นต้น ๆ เท่าที่จำเป็นมาประกอบ เจริญวิปัสสนาเป็นตัวนำตามแนวสติปัฏฐานนี้ ไปจนถึงที่สุดก็ได้ วิปัสสนาเป็นหลักปฏิบัติสำคัญในพระพุทธศาสนา การศึกษาในเรื่องสติปัฏฐาน จะช่วยให้เกิดความเข้าใจในความหมายของวิปัสสนาดีขึ้น ทั้งในแง่สาระสำคัญ ขอบเขตความกว้างขวาง และความยืดหยุ่นในการปฏิบัติ ตลอดจนโอกาสที่จะฝึกฝนปฏิบัติ โดยสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตของคนทั่วไป ว่าเป็นไปได้และมีประโยชน์เพียงใด เป็นต้น สติปัฏฐาน มีใจความโดยสังเขปดังนี้

1. กายานุปัสสนา หมายถึง การพิจารณากาย การมีสติติดตามดูกายเนือง ๆ กายเป็นสิ่งปราศจากจิต หมายความว่า กายนั้นไม่มีการรู้อารมณ์และไม่สามารถจะรับรู้อารมณ์ใด ๆ ได้ การรู้อารมณ์ต่าง ๆ เป็นหน้าที่จิต (ความรู้สึก นึกคิด) และเจตสิก (อาการของจิต) จิตและเจตสิกรู้อารมณ์ต่าง ๆ ได้ ดังนั้นการมีสติติดตามดูกายเนือง ๆ ก็คือ การรู้เห็นกาย ซึ่งพระองค์ตรัสไว้ 3 ประการคือ

1.1 เห็นกายในกาย ภายใน ได้แก่ การรู้เห็นกายของตน
1.2 เห็นกายในกาย ภายนอก ได้แก่ การรู้เห็นกายของบุคคลอื่น
1.3 เห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกเนือง ๆ ได้แก่ การรู้เห็นทั้งของตนและของผู้อื่น