New Document


๑.๖ พุทธประวัติ

ด้านการบริหารพระพุทธศาสนา


ในการศึกษาถึงพุทธประวัติด้านการบริหารพระพุทธศาสนา เป็นการศึกษาถึงการบริหารในรูปแบบของการปกครองคณะสงฆ์เป็นพื้นฐาน เพราะมีลักษณะเป็นรูปธรรม การศึกษาการบริหารพระพุทธศาสนาจะศึกษาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงสมัยปัจจุบัน ดังนี้คือ

สมัยพุทธกาล
นับตั้งแต่พระพุทธศาสนากำเนิดขึ้นมาโดยมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ประกาศพระศาสนาจนกระทั่งมีพระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ที่เรียกว่า พุทธบริษัท ครบถ้วน สังคมพุทธจึงกำเนิดขึ้นมาดังนั้นจึงต้องมีการบริหารหรือการปกครองเกิดขึ้นเพื่อให้สังคมพุทธสามารถดำรงอยู่ และเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับสังคมมนุษย์สืบต่อไปการบริหารพระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาลมีพระพุทธเจ้า เป็นองค์ปฐมในการบริหารโดยใช้รูปแบบการปกครองแบบ “ธรรมาธิปไตย”โดยดำเนินการบริหารดังนี้

1. พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมและบัญญัติวินัย (นิติบัญญัติ)พระธรรมวินัยจึงถือเป็นธรรมนูญสูงสุดในพระพุทธศาสนาที่ใช้ในการปกครองพุทธบริษัทให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยพระพุทธองค์ทรงปกครองภิกษุสงฆ์ (บริหาร) และทรงวินิจฉัยอธิกรณ์ (ตุลาการ) พระภิกษุสงฆ์ที่ประพฤติปฏิบัติผิดจากพระธรรมวินัยที่ทรงบัญญัติไว้

2. พระพุทธเจ้า เป็นพระธรรมราชา มีพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ เป็นพระธรรมเสนาบดีช่วยตามที่โปรดให้ช่วยมีพระเถระทั้งหลายเป็นพระสังฆบิดร และพระสังฆปริณายก

3. ทรงมอบให้สงฆ์ประชุมกันทำสังฆกรรมทั้งปวง โดยเป็นการกสงฆ์ (หมู่สงฆ์ผู้ดำเนินกิจการที่สำคัญ เช่น การสังคายนา)ผู้เข้าประชุมพึงเป็นสมานสังวาส (มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ร่วมเสมอกัน) จะต้องมีมติเป็นเอกฉันท์และจะต้องเป็นไปตามพระธรรมวินัย

4. การปกครองภายใน เนื่องด้วยพระเถระ เช่น พระอุปัชฌายาจารย์ เป็นผู้ปกครองสัทธิวิหาริกอันเตวาสิก (ลูกศิษย์)และพระเถระทั่วไป ปกครองอาวาสิกะ (ภิกษุผู้อยู่ในอาวาส) นั้น ๆ

5. เมื่อภิกษุสงฆ์มีจำนวนมากขึ้น ก็มีทั้ง สมานสังวาส และนานาสังวาส (มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ร่วมที่แตกต่างกัน คือสงฆ์ไม่ร่วมสังวาสและอุโบสถร่วมกัน) เป็นเหตุให้สงฆ์มีการแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย หลังพุทธปรินิพพาน คือ หีนยานหรือเถรวาท และมหายาน หรืออุตตรนิกาย

6. พระพุทธเจ้าทรงมอบพระธรรมวินัยให้เป็นศาสดาแทนพระองค์ เมื่อพระองค์ล่วงลับไป ต้องถือธรรมาธิปไตยเป็นหลักสำคัญ

การปกครองคณะสงฆ์สมัยพุทธกาล เป็นการปกครองภายในศาสนจักรเองทางรัฐไม่เข้ามาเกี่ยวแต่ก็เข้ามาช่วยอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและทางศาสนาก็ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการบ้านเมือง ไม่แสดงธรรมขัดแย้งกับทางการเมือง และไม่ปฏิบัติให้ผิดพระราชกำหนดกฎหมายของบ้านเมือง