New Document


วันอาสาฬหบูชา

พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา (เทศน์กัณฑ์แรก) เนื้อหาในหลักธรรมว่าด้วยทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) ที่นำไปสู่การบรรลุนิพพาน ท่านโกณฑัญญะ ได้บรรลุโสดาปัตติผล แล้วทูลขอบวชเป็นพระสาวกรูปแรก ที่เป็นประจักษ์พยานในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ทางสายกลาง (มัชฌิมปฏิปทา) เป็นข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุจุดหมายสูงสุดของชีวิต นั่นคือ “นิพพาน” ได้ โดยการปฏิบัติที่ไม่ตึงเกินไป หรือ หย่อนยานเกินไป ซึ่งประกอบด้วย ความเห็นชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ การทำงานชอบ เลี้ยงชีวิตชอบ มีความเพียรชอบ ระลึกชอบ และตั้งใจมั่นชอบ

ทางสายกลางที่ว่านั้น เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วคิดหาทางไปถึงเป้าหมายนั้นให้ได้ ซึ่งก็พบว่า ต้องเริ่มต้นด้วยการทำจิตให้สงบ ไม่เอนเอียงไปทางข้างตึง หรือข้างหย่อน โดยอาศัยการฝึกสติเป็นตัวนำ พร้อมทั้งเพียรระวังไม่ได้ความคิดที่ไม่ดีเกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เพียรละให้ได้ ในขณะเดียวกัน ก็เพียรให้เกิดความคิดที่ดีและเพียรรักษาความคิดที่ดีที่เกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่ และพบต่อไปว่าจิตสงบแล้ว พฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งทางกายและวาจาก็สงบด้วย เมื่อสงบครบทั้งกาย วาจา และใจแล้ว ก็ได้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ นิพพาน
การนำเอาหลักทางสายกลางมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็คือ การกระทำตนให้พอดี ไม่เคร่งเครียดจริงจังจนเกินไป หรือปล่อยปะละเลยเกินไป แต่ควรปฏิบัติตนให้พอดีกับการปฏิบัติกิจการนั้น ๆ แสดงออกทั้งทางกายและวาจา ให้สอดคล้องกับความคิด จนเข้าได้กับบุคคล กาลเทศะ และไม่เสียหลักธรรม

ในการปฏิบัติกับหมู่คณะ การดำเนินงานของหมู่คณะจะสำเร็จได้ด้วยอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย หากทุกฝ่ายเกี่ยวข้องยึดถือทางสายกลาง ก็จะทำให้เกิดความคิด การกระทำและคำพูดที่พอดีต่อกัน ในกลุ่มผู้ร่วมงาน ซึ่งในที่สุดก็ยอมรับกันได้ ไม่เกิดการแบ่งฝ่ายซึ่งทำให้เกิดอุปสรรค

พระพุทธองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการดำเนินตามทางสายกลาง ในขณะที่พระพุทธองค์ทรงทำทุกรกิริยา (ทรมานตน) เป็นการปฏิบัติที่เคร่งครัดเกินไปในลักษณะ “สุดโต่ง” เมื่อพระพุทธองค์ได้ยินพิณสามสาย นั่นคือ หากปฏิบัติตนเคร่งครัดเกินไป หรือหย่อนยานเกินไป เสียงก็ไม่ไพเราะ น่าฟัง หากสายพิณตึงพอดี พอดีดเข้าไปก็บังเกิดเสียงไพเราะน่าฟัง พระพุทธองค์จึงทรงเห็นว่า การดำเนินทางสายกลางเท่านั้นจึงจะนำไปสู่หนทางพ้นทุกข์ หรือสู่นิพพานได้